ปี พ.ศ. 2498
ในยุคที่เส้นทางคมนาคมยังเป็นสายน้ำและการเดินทางไปโรงพยาบาลในเมืองใหญ่คือเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้สำหรับราษฎรยากไร้หรือคนในครอบครัวเจ็บไข้
เพราะห่างไกลแพทย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) จึงมีพระราชดำริว่า
“ถ้าเจ็บป่วยก็ต้องรักษาพยาบาลแผนโบราณ ซึ่งไม่ค่อยได้ผลในโรคหลายอย่าง”
ด้วยเหตุนี้
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน "เรือเวชพาหน์"
(อ่านว่า เวด-ชะ-พา) ให้แก่สภากาชาดไทยเพื่อนำหมอ ยา และการรักษาพยาบาล
ล่องไปตามคุ้งน้ำเพื่อเยียวยาผู้ป่วยถึงหน้าบ้านโดยไม่เคยคิดค่าใช้จ่ายใดๆ
ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปี
สายน้ำแห่งพระเมตตานี้ได้แล่นผ่านรอยยิ้มและความหวังของผู้ป่วยด้อยโอกาสมาแล้วนับไม่ถ้วนแม้ในวันนี้ที่เรือพระราชทานเวชพาหน์จำต้องพักการเดินทางชั่วคราวเพื่อเข้าสู่การซ่อมแซมและบำรุงรักษาโดยฝ่ายเรือยนต์หลวงสำนักพระราชวังแต่ความทุกข์ยากของราษฎรในพื้นที่ทุรกันดารยังคงรอคอยการรักษาอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง
ในปี พ.ศ. 2569 นี้ สภากาชาดไทย โดยสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ จึงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ปรับเปลี่ยนการเดินทางจากการล่องเรือในลำน้ำขึ้นสู่แผ่นดินห่างไกลด้วยการจัดตั้ง "หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ตามรอยพระราชดำริเรือพระราชทานเวชพาหน์ สภากาชาดไทย" เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน โดยระดมสรรพกำลังทั้งทีมแพทย์ทันตแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ลงพื้นที่เพื่อตรวจรักษาโรค ให้บริการทันตกรรม และบรรเทาทุกข์แก่ผู้ด้อยโอกาสอย่างครอบคลุม การเดินทางในภารกิจนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตรวจโรคทั่วไป แต่ตั้งเป้าหมายในการพลิกฟื้นคุณภาพชีวิตและส่งมอบสุขภาวะที่ดีให้แก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลแบบครบวงจร โดยมีเป้าหมายในการให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปและฝังเข็มประยุกต์แก่ผู้ด้อยโอกาสจำนวน 1,000 ราย พร้อมทั้งส่งทีมทันตแพทย์เข้าไปดูแลรักษาสุขภาพช่องปากและฟันอีก 400 ราย ควบคู่ไปกับการให้ความรู้ด้านสุขศึกษาและการป้องกันโรคแก่ชาวบ้านอีก 500 ราย เพื่อให้พวกเขาสามารถดูแลตนเองในระยะยาวได้ ไม่เพียงเท่านั้น หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ยังเตรียมส่งมอบชุดเครื่องอุปโภคบริโภคบรรจุสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ด้อยโอกาสอีกจำนวน 500 ชุด จัดสรรรถเข็นผู้ป่วย (Wheelchair) มอบให้แก่ผู้พิการและผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินได้จำนวน 2 คันต่อวัน มอบตู้ยาพร้อมยาสามัญประจำบ้านจำนวน 10 ตู้ ให้แก่โรงเรียนและวัดในชุมชนเพื่อเป็นที่พึ่งยามฉุกเฉิน พร้อมทั้งมอบชุดยังชีพและผ้าอ้อมผู้ใหญ่แก่ผู้ป่วยติดเตียงจำนวน 10 ชุด ตลอดจนจัดทีมบุคลากรเดินเท้าลงพื้นที่เยี่ยมบ้านเพื่อเยียวยาและดูแลผู้ป่วยติดเตียงอย่างใกล้ชิดถึงที่พักอาศัย
ด้วยใจที่น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ สภากาชาดไทยขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานพระราชปณิธานและส่งต่อแสงแห่งความหวัง โดยการสนับสนุนการทำงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อนำการรักษาพยาบาลและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปมอบให้แก่ผู้ด้อยโอกาสและผู้ป่วยในพื้นที่ห่างไกล ทุกยอดบริจาคของท่านจะถูกเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ชุดยังชีพ และสิ่งของจำเป็น เพื่อหล่อเลี้ยงสายธารแห่งพระเมตตาให้ยังคงไหลเวียน นำหมอ ยา และการบรรเทาทุกข์ไปถึงมือผู้ที่กำลังรอคอยได้อย่าง