ปัจจุบันมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ต้องการโลหิตเพื่อการรักษา
ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยอุบัติเหตุ ผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด ผู้ป่วยโรคเลือด
รวมถึงผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่จำเป็นต้องได้รับโลหิตอย่างต่อเนื่อง
โลหิตจึงเป็นทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตและต่อโอกาสในการรักษาของผู้ป่วยจำนวนมาก
แม้จะมีผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง
แต่การจะนำโลหิตที่ได้รับบริจาคไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพนั้น
จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการจัดเก็บที่ได้มาตรฐานตั้งแต่ขั้นตอนการรับบริจาคโลหิต
ซึ่งหนึ่งในอุปกรณ์สำคัญของการรับบริจาคโลหิต คือ "เครื่องชั่งน้ำหนักและเขย่าถุงบรรจุโลหิตอัตโนมัติ"
ทำหน้าที่ควบคุมปริมาณโลหิตที่จัดเก็บให้มีความเหมาะสม
พร้อมทั้งเขย่าถุงโลหิตอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาการบริจาค
เพื่อให้โลหิตผสมกับสารกันเลือดแข็งได้อย่างทั่วถึง ลดการเกิดลิ่มเลือด
และช่วยให้โลหิตที่ได้รับบริจาคมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีและหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ในพื้นที่
มีเตียงรับบริจาคโลหิตจำนวน 8–12 เตียง
แต่มีเครื่องชั่งน้ำหนักและเขย่าถุงบรรจุโลหิตอัตโนมัติเพียง 3 เครื่อง
ทำให้การปฏิบัติงานไม่สามารถรองรับผู้บริจาคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
และเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียโลหิตที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ในแต่ละปีมีการสูญเสียผลิตภัณฑ์โลหิตจากปัญหาดังกล่าวจำนวนไม่น้อย
ทั้งจากการเกิดลิ่มเลือดในถุงบรรจุโลหิต หรือการเก็บโลหิตได้ปริมาณไม่เหมาะสม
ส่งผลให้โลหิตที่ได้รับจากความเสียสละของผู้บริจาคไม่สามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างเต็มศักยภาพ
ทั้งยังเป็นการสูญเสียทรัพยากรและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอีกด้วย
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาโลหิต
ลดการสูญเสียโลหิตที่มีคุณค่า
และสร้างความมั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับโลหิตที่มีคุณภาพและปลอดภัย
เหล่ากาชาดจังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
จัดทำโครงการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักและเขย่าถุงบรรจุโลหิตอัตโนมัติ
จำนวน 8 เครื่อง ราคาเครื่องละ 129,900 บาท ซึ่งต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,039,200
บาท สำหรับใช้ในการออกหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่และการจัดหาโลหิตในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียง
สภากาชาดไทยขอเชิญชวนท่านบริจาคสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องชั่งน้ำหนักและเขย่าถุงบรรจุโลหิตอัตโนมัติ ช่วยให้โลหิตทุกหยดจากผู้บริจาคสามารถนำไปใช้รักษาผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพิ่มโอกาสในการช่วยชีวิตผู้ป่วย และสร้างระบบสำรองโลหิตที่มั่นคงให้แก่ชุมชนในระยะยาว