โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
สภากาชาดไทย ให้การรักษาผู้ป่วยวิกฤตและโรคซับซ้อนจากทั่วทุกภูมิภาค โดยให้บริการผู้ป่วยนอกกว่า
1,500,000 คนต่อปี มีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยมากกว่า 1,400
เตียง และมีหอผู้ป่วยเฉพาะทางจำนวนมากที่ครอบคลุมการรักษาหลายแขนง
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์รองรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากทั่วประเทศ
ซึ่งผู้ป่วยหลายรายเผชิญกับภาวะวิกฤตทางการหายใจ ไม่ว่าจะเป็น
ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจรุนแรง อาทิ โรคปอดอักเสบ
ปอดติดเชื้อรุนแรง จนเกิดภาวะน้ำท่วมปอดหรือหนองในปอด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง
ผู้ป่วยที่มีอาการกำเริบหนักจนไม่สามารถหายใจนำออกซิเจนเข้าสู่กระแสเลือดได้เพียงพอ
ผู้ป่วยวิกฤตจากอุบัติเหตุ อาทิ การบาดเจ็บที่ทรวงอกเช่น
ซี่โครงหักหลายซี่จนทิ่มปอด หรือมีเลือดออกในช่องปอดทำให้กลไกการหายใจล้มเหลว การบาดเจ็บที่สมองเมื่อสมองส่วนที่ควบคุมการหายใจถูกกระทบกระเทือน
ร่างกายจะ "ลืม" วิธีหายใจเอง หรือหายใจไม่สม่ำเสมอจนเป็นอันตราย
ทารกแรกเกิดและเด็ก อาทิ เด็กคลอดก่อนกำหนดซึ่งปอดของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
เครื่องช่วยหายใจสำหรับเด็กแรกเกิดจึงเป็นเครื่องมือที่ละเอียดอ่อนและสำคัญมากในการรักษาชีวิตน้อยๆ
ไว้ เด็กที่มีความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น
โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดที่ส่งผลกระทบต่อระบบหายใจ
ผู้ป่วยโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ อาทิ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง
เมื่อกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจไม่มีแรงผู้ป่วยจะค่อยๆ หมดสติไปเพราะขาดอากาศ ผู้ป่วยอัมพาตจากกระดูกสันหลังหักส่งผลให้สัญญาณประสาทไม่สามารถส่งไปถึงกะบังลมได้
ผู้ป่วยหลังการผ่าตัดใหญ่ จากการผ่าตัดหัวใจ
ผ่าตัดปอด หรือการผ่าตัดช่องท้องที่ใช้เวลานาน ผู้ป่วยมักจะยังไม่ฟื้นตัวจากยาสลบ
100% หรือร่างกายยังอ่อนแอเกินกว่าจะหายใจเองได้ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
เครื่องช่วยหายใจ
(Ventilator) สามารถทำหน้าที่ทดแทนกลไกการหายใจได้สมบูรณ์
100% เพื่อประคองสัญญาณชีพและรักษาความสมดุลของระดับก๊าซในเลือดให้คงที่ในระดับที่ปลอดภัยที่สุดโดยสามารถปรับความเข้มข้นของออกซิเจนได้ตั้งแต่
21% ไปจนถึง 100% ตามความจำเป็นของผู้ป่วยรายบุคคล
สภากาชาดไทยขอเชิญชวนท่านร่วมเป็นพลังสำคัญในการบริจาคจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจเพื่อผู้ป่วยวิกฤต
เพื่อติดตั้งประจำหอผู้ป่วยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการช่วยชีวิตผู้ป่วยของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
แม้ในวันที่ร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว
แต่เครื่องมือนี้จะทำหน้าที่เป็น "ปอดสำรอง" ที่ทำงานอย่างเที่ยงตรงตลอด
24 ชั่วโมง เพื่อให้แน่ใจว่าทุกเซลล์ในร่างกายยังคงได้รับออกซิเจน
และรอคอยวันที่ผู้ป่วยจะฟื้นตัวกลับมาหายใจได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง
เพราะทุกการบริจาคของท่าน...
คือปอดสำรองที่คอยโอบอุ้มทุกชีวิตในยามวิกฤต