โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในฐานะโรงพยาบาลระดับตติยภูมิชั้นนำของประเทศและที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน
ให้การรักษาผู้ป่วยวิกฤตและโรคซับซ้อนจากทั่วทุกภูมิภาคในแต่ละวันมีจำนวนผู้ป่วยกว่า
500 รายต่อวันโดยความมุ่งมั่นของทีมแพทย์และพยาบาลคือการรักษาและส่งผู้ป่วยทุกคนกลับบ้านอย่างปลอดภัย
แม้จะมีทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงแต่เครื่องมือแพทย์ที่เพียงพอและทันสมัยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาชีวิต
เนื่องด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นอุปกรณ์กู้ชีพเดิมที่มีอยู่อาจไม่ครอบคลุมในทุกพื้นที่วิกฤตของหอผู้ป่วย
ปัจจุบัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีจำนวนเตียงรองรับผู้ป่วยมากกว่า
1,400 เตียง
และมีหอผู้ป่วยเฉพาะทางจำนวนมากที่ครอบคลุมการรักษาหลายแขนง อย่างไรก็ตามการดูแลผู้ป่วยในนับเป็บหัวใจสำคัญของการรักษาพยาบาลระหว่างการพักฟื้นของผู้ป่วยบางรายอาจเกิดภาวะวิกฤต “หัวใจหยุดเต้นกะทันหัน”
ขึ้นได้ซึ่งเกิดขึ้นได้ทุกวินาทีโดยไม่มีสัญญาณเตือน
แม้จะอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด จากสถิติพบว่าหากหัวใจหยุดเต้น ทุกๆ 1
นาทีที่ผ่านไปโดยไม่ได้รับการกระตุกหัวใจ โอกาสรอดชีวิตจะลดลงถึง 7 - 10% และหากปล่อยให้เกิน 10 นาที
โอกาสรอดชีวิตจะเกือบเท่ากับศูนย์
ในนาทีวิกฤตเช่นนี้ การ CPR เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากหัวใจมีอาการเต้นผิดจังหวะชนิดรุนแรง การได้รับจังหวะไฟฟ้าจากเครื่องกระตุกหัวใจ
(Defibrillator) ภายใน 3-5 นาทีแรก
คือปัจจัยที่เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้สูงถึง 50-70% ความพร้อมของ “เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้า (Defibrillator)”
ประจำหอผู้ป่วยจึงเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเครื่องมือนี้เปรียบเสมือนด่านหน้าที่ช่วยเปลี่ยนวินาทีแห่งความสูญเสีย
ให้กลายเป็นโอกาสในการเริ่มชีวิตใหม่
สภากาชาดไทยขอเชิญชวนท่านร่วมเป็นพลังสำคัญในการบริจาคจัดซื้อเครื่องกระตุกหัวใจเพื่อติดตั้งประจำหอผู้ป่วยเพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการช่วยชีวิตผู้ป่วยของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
และมุ่งหวังว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินอุปกรณ์นี้จะพร้อมใช้งานได้ในทันที
เพื่อให้คำว่า “กลับบ้าน” ของผู้ป่วยทุกคน
ไม่เป็นเพียงความหวังที่อยู่ไกลเกินเอื้อม
เพราะทุกการบริจาคของท่าน คือจังหวะหัวใจที่ได้เต้นต่อ