สืบสานพระราชปณิธานบนผืนดินพระราชทาน ย้อนกลับไปเมื่อวันที่
21
มกราคม 2543 ณ เส้นทางสายหัวหิน-ป่าละอู
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิด “สถานีเพาะเลี้ยงม้าและสัตว์ทดลอง สภากาชาดไทยเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา” สถานที่แห่งนี้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
6 รอบ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร
มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงเป็นองค์ราชูปถัมภกสภากาชาดไทย
บนพื้นที่กว่า 646 ไร่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่สถานีวิจัยหรือฟาร์มม้าทั่วไป
แต่คือฐานรากสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย พื้นที่ส่วนใหญ่กว่า 500 ไร่ ถูกเนรมิตให้เป็นทุ่งหญ้ากว้างเพื่อให้ม้าได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ
และอีกส่วนหนึ่งคืออาคารปฏิบัติงานที่ทันสมัย
เพื่อดำเนินภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการฟาร์มม้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การเพาะพันธุ์
การดูแลสุขภาพตามมาตรฐานสากล
ไปจนถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์ทดลองเพื่อใช้ทดสอบคุณภาพเวชภัณฑ์ก่อนถึงมือประชาชน
ม้า 495 ชีวิต... ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระ ภายใต้ร่มเงาของสถานีฯ
ปัจจุบันมีม้าอยู่ถึง 495
ตัว พวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสัตว์เลี้ยง
แต่คือ "ผู้ช่วยชีวิต" ที่ทำงานหนักอย่างเงียบๆ
ภารกิจหลักของพวกเขาคือการผลิต พลาสมา (Plasma) เพื่อนำไปสกัดเป็น
เซรุ่มแก้พิษงู เซรุ่มป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า และเซรุ่ม Botulinum
ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับผู้ป่วยนับหมื่นรายในแต่ละปี
กว่าจะมาเป็นเซรุ่มหนึ่งเข็ม
ม้าทุกตัวต้องผ่านการดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยความรักและจรรยาบรรณวิชาชีพ
ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนักในการตรวจสุขภาพประจำปี
การฉีดวัคซีนป้องกันโรค การจัดการแปลงหญ้าสดเพื่อให้ได้สารอาหารที่ดีที่สุด การจัดอาหารชนิดข้นเพื่อเพิ่มสารอาหาร
รวมถึงการทำเครื่องหมายประจำตัวการดูแลรักษาเมื่อเจ็บป่วย และการดูแลถึงวาระสุดท้ายของชีวิต
เพื่อให้มั่นใจว่า "ฮีโร่"
ทุกตัวจะมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุดก่อนที่จะมอบพลาสมาอันล้ำค่าเพื่อนำไปช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์
มื้อนี้...
ช่วยม้าเพื่อต่อลมหายใจ อย่างไรก็ตาม การดูแลฮีโร่เกือบ 500 ชีวิตให้มีสวัสดิภาพที่ดีและพร้อมต่อภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้
มีค่าใช้จ่ายและขั้นตอนการบริหารจัดการที่สูงมากในทุกวัน
ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารหญ้าสด หญ้าแห้ง อาหารชนิดข้นคุณภาพสูง ค่าเวชภัณฑ์ วัคซีน
และการจัดการระบบฟาร์มที่ได้มาตรฐาน
สภากาชาดไทยจึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ
"มื้อนี้ช่วยม้า" เพราะทุกการบริจาคของท่านไม่ใช่เพียงแค่การให้อาหารหนึ่งมื้อ
แต่มันคือการสนับสนุนกระบวนการผลิตเซรุ่มที่จะกลับไปช่วยชีวิตคนไทยทั่วประเทศ
คือการส่งเสริมงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเป็นการร่วมสืบสานภารกิจกุศลที่หยั่งรากลึกมาจากพระราชปณิธานอันเปี่ยมด้วยความเมตตา
ร่วมเป็นพลังใจให้ฮีโร่สี่ขาของเราได้อิ่มท้องและมีสุขภาพดี เพื่อให้พวกเขาได้ทำหน้าที่ปกป้องชีวิตพวกเราสืบต่อไป